กลโกงยอดฮิตที่คนไทยมักตกเป็นเหยื่อ

  • แอดมินปลอมใน LINE/Telegram: มิจฉาชีพมักจะทักมาหาคุณก่อน (Direct Message) โดยอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ Binance หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน เสนอความช่วยเหลือหรือชวนเข้ากลุ่ม VIP (จำไว้ว่า: เจ้าหน้าที่ Binance ตัวจริงจะไม่ทักหาคุณก่อนเด็ดขาด)
  • เว็บไซต์ปลอม (Phishing): สร้างเว็บไซต์หน้าตาเหมือน Binance ทุกประการ เพื่อหลอกให้คุณกรอกรหัสผ่านและรหัส 2FA ควรตรวจสอบ URL เสมอว่าคือ https://www.binance.com หรือ https://www.binance.th เท่านั้น
  • หลอกให้โอนเหรียญ (Romance Scam / Pig Butchering): สร้างโปรไฟล์ปลอมในแอปหาคู่ ตีสนิท แล้วชวนลงทุนในแพลตฟอร์มปลอมที่ให้ผลตอบแทนสูงผิดปกติ เมื่อคุณโอนเหรียญไปแล้วจะไม่สามารถถอนกลับมาได้

วิธีตั้งค่าความปลอดภัยขั้นสูงสุดให้บัญชี Binance

เพื่อป้องกันไม่ให้ใครแฮ็กบัญชีของคุณได้ แม้ว่าพวกเขาจะรู้รหัสผ่านก็ตาม คุณควรตั้งค่าความปลอดภัยดังนี้:

  1. เปิดใช้งาน 2FA (Two-Factor Authentication): ใช้แอปพลิเคชันอย่าง Google Authenticator หรือ Authy แทนการรับ SMS OTP เพราะ SMS สามารถถูกดักจับได้ (SIM Swapping)
  2. ตั้งค่า Passkey (Biometrics): ใช้ระบบสแกนลายนิ้วมือหรือ Face ID บนมือถือของคุณในการเข้าสู่ระบบ ซึ่งปลอดภัยกว่ารหัสผ่านแบบเดิมมาก
  3. เปิดใช้งาน Anti-Phishing Code: ตั้งรหัสลับส่วนตัวที่จะแสดงในทุกอีเมลที่ส่งมาจาก Binance เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าอีเมลนั้นเป็นของจริง ไม่ใช่อีเมลหลอกลวง
  4. จำกัดที่อยู่การถอน (Withdrawal Address Whitelist): ตั้งค่าให้บัญชีของคุณสามารถถอนเหรียญไปยังกระเป๋า (Wallet) ที่คุณบันทึกไว้ล่วงหน้าเท่านั้น หากมีการเพิ่มกระเป๋าใหม่ ระบบจะระงับการถอนชั่วคราว 24 ชั่วโมง

💡 หากสงสัยว่าถูกหลอก ต้องทำอย่างไร?

หากคุณเผลอให้ข้อมูลส่วนตัวหรือโอนเหรียญไปแล้ว ให้รีบติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าของ Binance ผ่าน Live Chat ในแอปพลิเคชันทันที เพื่อขออายัดบัญชีชั่วคราว และรวบรวมหลักฐานทั้งหมดเพื่อแจ้งความกับตำรวจไซเบอร์ (บช.สอท.)