อัปเดตกฎหมายภาษีคริปโตล่าสุด (2026)
รัฐบาลไทยและกรมสรรพากรได้มีมาตรการผ่อนปรนเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:
- ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%): สำหรับการซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลผ่านศูนย์ซื้อขาย (Exchange) ที่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต.
- ยกเว้นการหักภาษี ณ ที่จ่าย 15%: คุณไม่ต้องถูกหักภาษี 15% ทันทีเมื่อทำกำไรได้ (หากเทรดผ่านเว็บที่ ก.ล.ต. รับรอง เช่น Binance TH, Bitkub)
แล้วสรุปว่าต้องเสียภาษีไหม?
ต้องเสียครับ แม้จะได้รับการยกเว้น VAT และหัก ณ ที่จ่าย 15% แต่กำไรที่ได้จากการเทรดคริปโต (Capital Gain) ถือเป็น "เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(4)(ซ)" ซึ่งคุณมีหน้าที่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในตอนสิ้นปี (ยื่น ภ.ง.ด.90/91 กับกรมสรรพากร ภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป)
วิธีคำนวณกำไร (Capital Gain)
กรมสรรพากรอนุญาตให้นำ "ผลขาดทุน" มาหักลบกับ "กำไร" ได้ (Net Profit) แต่ต้องเป็นการเทรดผ่านกระดานที่ ก.ล.ต. รับรองเท่านั้น
ตัวอย่าง:
- เทรดเหรียญ A กำไร 100,000 บาท
- เทรดเหรียญ B ขาดทุน 40,000 บาท
- กำไรสุทธิที่ต้องนำไปยื่นภาษี = 60,000 บาท
💡 เทรดบน Binance Global ต้องเสียภาษีไหม?
หากคุณเทรดบนกระดานต่างประเทศ (Binance Global) และนำเงินกำไรกลับเข้าประเทศไทย "ในปีภาษีเดียวกัน" คุณจะต้องนำเงินนั้นมาเสียภาษี แต่หากคุณเก็บเงินไว้ในต่างประเทศ (หรือในพอร์ต Binance) ข้ามปีภาษี แล้วค่อยนำกลับเข้าไทยในปีถัดไป ตามกฎหมายใหม่ (เริ่มใช้ปี 2567 เป็นต้นมา) ผู้มีเงินได้จากต่างประเทศ หากนำเงินได้นั้นเข้ามาในประเทศไทย ไม่ว่าจะนำเข้ามาในปีภาษีใดก็ตาม ต้องนำมารวมคำนวณเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปีที่นำเข้ามา (อ้างอิง ป.161/2566 และ ป.162/2566)